วันพุธที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566
วันอังคารที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566
ราคาเปลี่ยนจอโน๊ตบุ๊ค แต่ละขนาด
ขนาดจอ ความละเอียด ราคา 13.3 1366X768 2000-3500 13.3 FHD IPS 1920X1080 3000-4000 14.0 HD ตัวธรรมดา 1366X768 2000-3500 14.0 HD SLIM 1366X768 2500-3900 14.0 FHD IPS 1920X1080 3500+ 14.0 FHD IPS ขอบบาง 1920X1080 3500+ 14.1 1280X800 2000+ 15.6 HD 1366X768 2500-3900 15.6 LCD 1366X768 2500+ 15.6 FHD TN 1920X1080 3000-4000 15.6 FHD IPS 1920X1080 3500-4500 15.6 FHD IPS 120Hz 1920X1080 4000-4500 15.6 FHD IPS 144Hz 1920X1080 4000-4500 15.6 4K UHD 3840X2160 4500-5500 17.3 1600X900 2800+ 17.3 FHD 1920X1080 4000-4500 17.3 FHD 144Hz 1920X1080 4500-6000 จอทัชสกรีน ทุกยี่ห้อ 3500-8500
| ขนาดจอ | ความละเอียด | ราคา |
|---|---|---|
| 13.3 | 1366X768 | 2000-3500 |
| 13.3 FHD IPS | 1920X1080 | 3000-4000 |
| 14.0 HD ตัวธรรมดา | 1366X768 | 2000-3500 |
| 14.0 HD SLIM | 1366X768 | 2500-3900 |
| 14.0 FHD IPS | 1920X1080 | 3500+ |
| 14.0 FHD IPS ขอบบาง | 1920X1080 | 3500+ |
| 14.1 | 1280X800 | 2000+ |
| 15.6 HD | 1366X768 | 2500-3900 |
| 15.6 LCD | 1366X768 | 2500+ |
| 15.6 FHD TN | 1920X1080 | 3000-4000 |
| 15.6 FHD IPS | 1920X1080 | 3500-4500 |
| 15.6 FHD IPS 120Hz | 1920X1080 | 4000-4500 |
| 15.6 FHD IPS 144Hz | 1920X1080 | 4000-4500 |
| 15.6 4K UHD | 3840X2160 | 4500-5500 |
| 17.3 | 1600X900 | 2800+ |
| 17.3 FHD | 1920X1080 | 4000-4500 |
| 17.3 FHD 144Hz | 1920X1080 | 4500-6000 |
| จอทัชสกรีน | ทุกยี่ห้อ | 3500-8500 |
รายละเอียดของจอภาพโน๊ตบุ๊ค
ชื่อเรียก ความละเอียดจอ HD 1366X768 HD+ 1600X900 FULL HD 1920X1080 4K UHD 3840X2160 IPS จอ IPS คุมชัดทุกมุมมอง
| ชื่อเรียก | ความละเอียดจอ |
|---|---|
| HD | 1366X768 |
| HD+ | 1600X900 |
| FULL HD | 1920X1080 |
| 4K UHD | 3840X2160 |
| IPS | จอ IPS คุมชัดทุกมุมมอง |
ราคาซ่อมโน๊ตบุ๊ค
อาการเสีย ราคาซ่อม การรับประกัน ซ่อมระบบไฟ 1800-2500 1 เดือน ชิพเซ็ต 2500-3500 3 เดือน PORT เสียบต่างๆ 1000 1 เดือน ซ่อม BODY บานพับ 1000 1 เดือน
| อาการเสีย | ราคาซ่อม | การรับประกัน |
|---|---|---|
| ซ่อมระบบไฟ | 1800-2500 | 1 เดือน |
| ชิพเซ็ต | 2500-3500 | 3 เดือน |
| PORT เสียบต่างๆ | 1000 | 1 เดือน |
| ซ่อม BODY บานพับ | 1000 | 1 เดือน |
ราคาเปลี่ยนจอ ALL IN ONE (ออลอินวัน)
ขนาดจอ ราคาเปลียนจอ การรับประกัน ALL IN ONE 18.5 นิ้ว 3500 6 เดือน ALL IN ONE 19.5 นิ้ว 3500 6 เดือน ALL IN ONE 20 นิ้ว 3500-4000 6 เดือน ALL IN ONE 21.5 นิ้ว 4500-5500 6 เดือน ALL IN ONE 21.5 นิ้ว (จอทัชสกรีน) 5500-6500 6 เดือน ALL IN ONE 23.8 นิ้ว 5500-6500 6 เดือน ALL IN ONE 23.8 นิ้ว (จอทัชสกรีน) 5500-6500 6 เดือน
| ขนาดจอ | ราคาเปลียนจอ | การรับประกัน |
|---|---|---|
| ALL IN ONE 18.5 นิ้ว | 3500 | 6 เดือน |
| ALL IN ONE 19.5 นิ้ว | 3500 | 6 เดือน |
| ALL IN ONE 20 นิ้ว | 3500-4000 | 6 เดือน |
| ALL IN ONE 21.5 นิ้ว | 4500-5500 | 6 เดือน |
| ALL IN ONE 21.5 นิ้ว (จอทัชสกรีน) | 5500-6500 | 6 เดือน |
| ALL IN ONE 23.8 นิ้ว | 5500-6500 | 6 เดือน |
| ALL IN ONE 23.8 นิ้ว (จอทัชสกรีน) | 5500-6500 | 6 เดือน |
ติดต่อซ่อม (LINE : pairach.aud)
ที่อยู่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แฮปปี้คอม (ไทยแลนด์) 67/7-8 หมู่ 6 ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
โทร 097-092-3959
ที่อยู่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แฮปปี้คอม (ไทยแลนด์) 67/7-8 หมู่ 6 ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
โทร 097-092-3959
วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2566
Speaker Sub Woofer Bluetooth
ลำโพง 2.1 Sub Woofer Bluetooth
SPEAKER Bluetooth 'SAAG' SATURN (EM-3085F)
ราคา 1,250 บาท
ลำโพง 2.1 / 49w. (2x3', subx4') / Input : AUX 3.5 mm, Bluetooth / Remote
(2.1) SAAG SATURN (EM-3085F)
_____________________________________________________________________________________
สินค้าราคาพิเศษ
ลำโพง 2.1 Sub Woofer Bluetooth
ราคา 790 บาท
ลำโพง 2.1 / 28w. (2x3', subx4') / Input : AUX 3.5mm, Bluetooth / Remote
(2.1) SAAG METEORA (EM-3698F)
_____________________________________________________________________________________
สินค้าราคาพิเศษลำโพง 2.1 Sub Woofer Bluetooth
SPEAKER (2.1) Bluetooth 'SAAG' COMET (D90)
ราคา 590 บาท
ลำโพง 2.1 / 11w. (2x2, subx3) / Input : AUX 3.5mm, Bluetooth
SPK (2.1) Bluetooth 'SAAG' COMET (D90)
- Out Put Power 11 Watts RMS
- Speaker Size:3"x1+2"x2
- Subwoofer:W160xH143xD118mm
- Satellite: W54xH106xD65mm
- AUX IN
- USB/SD Playback
- FM Radio
- Front flash light
- ประกัน 365

_____________________________________________________________________________________
วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2566
Power Supply มาตรฐาน 80 Plus คืออะไร ประหยัดกว่าจริงหรือไม่ ?
เพื่อนๆ อาจจะสังเกตว่าเวลาเราที่เลือกซื้อพาวเวอร์ ซัพพลาย บางครั้งจะมีตัวเลขที่เขียนระบุไว้ว่า 80 Plus Gold, 80 Plus Bronze และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งตัวเลขนี้เอง หมายถึงมาตรฐานของอุปกรณ์ ที่บ่งบอกว่า Power Supply รุ่นนี้สามารถแปลงพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไฟที่จ่ายเข้า PSU จะมีความใกล้เคียงกับไฟที่จ่ายออกมา ซึ่งแต่ในระดับก็มีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป วันนี้ Mercular.com จะมาอธิบายให้เพื่อน ๆ ให้ทราบกัน ว่าเจ้ามาตรฐาน 80 Plus มันมีความสำคัญอย่างไร แตกต่างจากอุปกรณ์ทั่วไปตรงไหนบ้าง ไปรับชมกันเลยครับ
![]() |
ทำความรู้จักมาตรฐาน 80 Plus
มาตรฐาน 80 Plus คือ มาตรฐานของ Power Supply ที่ใช้เรียกประสิทธิภาพในการทำงาน (Efficiency) โดยเป็นการยืนยันว่า อุปกรณ์นี้สามารถรุ่นนี้สามารถแปลงพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นการแปลงการแปลงไฟฟ้ากระแสสลับให้กลายเป็นกระแสตรง เพื่อส่งพลังงานไฟฟ้าไปให้อุปกรณ์อื่นๆ ภายในคอมพิวเตอร์ ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เมื่อพลังงานเกิดการเปลี่ยนแปลง ก็จะทำให้มีการสูญเสียพลังงานหรือประสิทธิภาพส่วนหนึ่งไปครับ เช่น ไฟฟ้ากระแสสลับ 115V อาจแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสตรงได้แค่ 90W เท่านั้น นั่นแสดงว่าไม่ถึงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แต่อุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน 80 Plus จะมีความสามารถในการแปลงกระแสไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของกระแสไฟฟ้าที่รับมาอย่างแน่นอน แถมยังช่วยในการประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย เนื่องจากมีอัตราสูญเปล่าที่ลดลง โดยเรามักจะพบมาตรฐาน 80 Plus ได้ตามพาวเวอร์ ซัพพลายจากแบรนด์ชั้นนำ โดยมาตรฐานดังกล่าว สามารถแบ่งออกได้หลากหลายระดับด้วยกัน ยิ่งถ้ามีระดับสูงก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพดีขึ้น ประหยัดไฟได้มากขึ้น แต่ราคาก็จะสูงขึ้นด้วยเช่นกันครับ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถดูค่าความสามารถดังกล่าว พร้อมกับระดับขั้นทั้งหมดของมาตรฐานนี้ ได้ตามตารางข้างล่างเลยครับ
เปรียบเทียบค่าไฟฟ้า PSU ทั่วไปกับ PSU 80 Plus
อ่านถึงตรงนี้แล้ว เพื่อนๆ หลายคน อาจจะสงสัยว่าความแตกต่างของ Power Supply ทั่วไป กับอุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐาน 80 Plus นั้นมีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนในเรื่องของค่าไฟฟ้า โดยเราสามารถคำนวณเพื่อให้เห็นภาพรวมได้ดังนี้ครับ
สูตรคำนวณค่าไฟฟ้า
เราสามารถแทนค่าในสมการข้างบนได้โดย ระบุว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นใช้กำลังไฟฟ้า 1000 วัตต์ พอดี (Load 100%) ซึ่งสามารถเทียบค่าที่ได้จากตารางด้านบน จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าคือ 1 เครื่อง ส่วนจำนวนชั่วโมงก็ระบุให้เปิดใช้งานที่วันละ 20 ชั่วโมง เป็นจำนวน 1 เดือน (30 วัน) ส่วนค่าไฟฟ้าคิดเป็นยูนิตละ 5 บาท
- 80 Plus Bronze เมื่อแทนค่าทั้งหมดลงในสูตร (แทนค่า Load 100% = 0.81) แล้วคำนวณออกมาเป็นตัวเลข จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 3,690 บาท/เดือน
- 80 Plus Silver เมื่อแทนค่าทั้งหมดลงในสูตร (แทนค่า Load 100% = 0.85) แล้วคำนวณออกมาเป็นตัวเลข จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 3,540 บาท/เดือน
- 80 Plus Gold เมื่อแทนค่าทั้งหมดลงในสูตร (แทนค่า Load 100% = 0.88) แล้วคำนวณออกมาเป็นตัวเลข จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 3,420 บาท/เดือน
- 80 Plus Platinum เมื่อแทนค่าทั้งหมดลงในสูตร (แทนค่า Load 100% = 0.91) แล้วคำนวณออกมาเป็นตัวเลข จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 3,300 บาท/เดือน
- 80 Plus Titanium เมื่อแทนค่าทั้งหมดลงในสูตร (แทนค่า Load 100% = 0.91)แล้วคำนวณออกมาเป็นตัวเลข จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 3,300 บาท/เดือน
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจะเห็นได้ชัดเลยใช่ไหมครับว่า PSU 80 Plus ระดับสูงสุดคือ Titanium ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากกว่าระดับ 80 Plus Bronze ได้ถึงเดือนละเกือบ 400 บาทเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่ายิ่งระดับสูงขึ้นเท่าไร ก็จะยิ่งประหยัดพลังงานได้มากกว่า เนื่องจากมีการสูญเสียพลังงานไฟฟ้า ที่ลดลงกว่าระดับต่ำลงมานั่นเองครับ
สรุปแล้วมาตรฐาน 80 Plus คุ้มค่าหรือไม่ ?
เมื่อมองถึงข้อดีที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว หากเพื่อนๆ กำลังมองหา PSU คุณภาพดีมาใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์แล้วละก็ การเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน 80 Plus ระดับ Silver, Gold ขึ้นไป มาใช้งาน แค่นั้นก็เพียงพอแล้วครับ เพราะมีราคาที่ไม่สูงมาก ช่วยในการประหยัดงบประมาณของผู้ใช้งาน ซึ่งรุ่นที่แนะนำคือ Power Supply Super Flower 850W Leadex III ARGB Gold Pro แต่หากมีงบประมาณเหลือก็สามารถไปเลือกซื้อระดับ Platinum หรือ Titanium ได้เลย เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐาน PSU 80 Plus จะมีราคาสูงกว่าอุปกรณ์ทั่วไป แต่ถ้าแลกกับความสามารถในการจ่ายไฟได้อย่างเสถียร การรับประกันสินค้าที่ยาวนานยิ่งขึ้น แถมยังช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้อีกด้วย รับรองได้เลยว่าคุ้มค่ากว่า Power Supply ทั่วไป ตามท้องตลาดอย่างแน่นอนครับ
วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566
แจกฟรี ! Warpips เกมวางแผนการรบ
แจกฟรี ! Warpips เกมวางแผนการรบ ภาพ 8-Bit สุดเดือด บ้าระห่ำ
วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566
ไฟล์โดนเปลี่ยนนามสกุล โดนไวรัสเรียกค่าไถ่
ไวรัสเรียกค่าไถ่
หากใครเจอปัญหาไฟล์มีการเปลี่ยนสกุลไฟล์แปลกๆดังภาพ ถ้าไม่อยากเสียเวลาอ่าน อยากจะรู้ว่าวิธีแก้ไขอย่างไร ต้องตอบตรงนี้สั้นๆและปิดบทความไปได้เลยคือ “ไม่มีทางแก้” หรือมีก็ “ยากมาก” ถ้าอยากจะแก้ไขให้ไฟล์นั้นกลับมาใช้งานได้ดังเดิม เพราะหากคุณเจอการเปลี่ยนนามสกุลแปลกๆ ทุกไฟล์ของไฟล์ส่วนใหญ่ของคุณเป็นไปได้มากที่คุณจะโดนไวรัสเรียกค่าไถ่ หรือ WannaCrypt Ransomware และถ้าโดนไวรัสเรียกค่าไถ่ คงต้องบอกว่าให้ทำใจล้างข้อมูลและติดตั้ง Windows ใหม่ได้เลย
ทำไมถึงโดนไวรัสเรียกค่าไถ่
- แพร่กระจ่ายทางอีเมล์ เราอาจได้รับอีเมล์ติดต่องาน หรืออีเมล์ที่เราสนใจ มีเอกสารแนบมา หลอกว่าเป็นไฟล์งาน หรือไฟล์รูป (.jpg, .doc) แต่เมื่อเปิดไฟล์ดังกล่าวชื่อไฟล์จริงๆอาจจะเป็นชื่อ xx.jpg.exe หรือ xx.doc.exe ก็เป็นไป
- การเปิดเว็บไซต์ที่ฝังมัลแวร์ประเภทดังกล่าว ผู้โจมตีอาจอาศัยช่องโหว่ของบราวเซอร์เพื่อโจมตีช่องโหว่ที่พบบ่อยในการทำโจมตีโดยผ่านช่องทางของ Java, Flash และไฟล์ PDF เมื่อผู้ถูกโจมตี เปิดหน้าเพจที่มีการฝังโค้ดโจมตีเอาไว้ แต่ในบางกรณีผู้โจมตีก็เลือกส่งลิงค์ไปยังอีเมล์ เพื่อให้ผู้ถูกโจมตี กดลิงค์ผ่านอีเมล์ก็เป็นไปได้
- อุปกรณ์เก็บข้อมูล Ransomware อาจแฝงตัวอยู่ใน แฟลชไดร์ฟ หลอกล่อชื่อไฟล์ให้คล้ายกับงานของเรา เพื่อให้ผู้ถูกโจมตีกดติดตั้งไฟล์ดังกล่าว
- ดาวน์โหลดไฟล์ เกม โปรแกรมโกง โปรแกรมเถื่อน ไฟล์อาจมีการหลอกให้ดาวน์โหลดโปรแกรมที่เราต้องการ
ทำไมไวรัสเรียกค่าไถ่ถึงแก้ไขไม่ได้ หรือแก้ไขยาก
ไฟล์ที่ถูกเปลี่ยนนามสกุล ไม่ใช่แค่เป็นการ rename ไฟล์ธรรมดาเพราะนอกจากจะมีการเปลี่ยนสกุลของไฟล์แล้ว ไฟล์ดังกล่าวยังถูกเข้ารหัสอีกด้วย และการเข้ารหัสดังกล่าวจะเป็นการเข้ารหัสที่จำเป็นต้องมีคีย์ในการถอดรหัสไฟล์ สมัยการโจมตีด้วย WannaCrypt Ransomware อาจมีชุดการเข้ารหัสที่ไม่ซับซ้อนนัก แต่หลังๆการเข้ารหัสเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะรหัสที่ใช้มีความยาวและซับซ้อนมากขึ้นยกตัวอย่างเช่นการเข้ารหัสแบบ RSA 2048 bit ถ้าจะอธิบายความยากว่ามากแค่ไหน คงต้องบอกถึงขนาดหน่วยงานรัฐหรือบริษัทใหญ่ๆ ยังไม่สามารถกู้หรือแก้ได้ หากเจอไวรัสเรียกค่าไถ่ บางหน่วยงานถึงขนาดต้องยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อปลดการเข้ารหัสผ่านดังกล่าว
แล้วต้องทำอย่างไร หากเจอไวรัสเรียกค่าไถ่
อย่างที่บอกว่าการจะแก้ไขไวรัสเรียกค่าไถ่ มันยาก สิ่งที่จำเป็นต้องทำเมื่อเจอไวรัสเรียกค่าไถ่ ที่หลายคนจำยอมจะก็ต้องทำ คือการล้างเครื่อง Format และติดตั้ง Windows ใหม่ ยอมทิ้งไฟล์ที่โดนไปทิ้งไปได้เลย และเริ่มต้นใหม่ คำตอบมันอาจจะดูโหดร้าย แต่ก็ไม่มีวิธีอื่นที่ดีไปว่านี้แล้ว
วิธีป้องกัน Ransomware
- อัพเดทซอฟแวร์หรือระบบปฏิบัติการที่ใช้งานอยู่สม่ำเสมอ
- ไม่เปิดไฟล์หรือเอกสารใดๆ ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าไฟล์ดังกล่าว เป็นเอกสารหรืองานที่เราจะเปิดจริงๆ (ควรเปิดให้สามารถเห็นสกุลของไฟล์ต่ายๆ) เพราะมัลแวร์ประเภทนี้จะแฝงมาในรูปแบบไฟล์สกุล .exe
- ไม่เปิดอีเมลหรือเว็บไซต์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
- สำรองข้อมูลอยู่สม่ำเสมอ เพื่อเกิดปัญหาการโจมตี จะได้มีข้อมูลสำรองเก็บเอาไว้ (ไม่ควรสำรองเก็บไว้ในเครื่อง) เราสามารถล้างเครื่องได้ทันที เมื่อโดนโจมตี
- ติดตามข่าวสาร เกี่ยวกับการโจมตีของมัลแวร์ต่างๆ เพื่อรู้ทิศทางหรือรูปแบบการโจมตีของมัลแวร์ต่างๆ จะได้เรียนรู้วิธีการปัองกัน
วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566
วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565
RAM : SS กับ DS คืออะไร ต่างกันอย่างไร 8 Chip และ 16 Chip
RAM แบบ Single side และ Double side ต่างกันอย่างไร
สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์อาจจะไปได้ยินคำว่า SS กับ DS มาบ้าง เพราะเมนบอร์ดบางรุ่นในหน้าของ Suport อาจรายงานความต้องการหรือเรื่องของ RAM หรือในส่วนของ Memory QVL บอกรายละเอียด SS / DS ทำให้อยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับ SS และ DS เรามาทำความเข้าใจกัน
SS และ DS คืออะไร
SS กับ DS ย่อมาจาก Single side และ Double side ตามลำดับ จริงๆมันไม่มีอะไรต้องทำความเข้าใจให้ยุ่งยากอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ
- SS = Single side คือแรมแบบหน้าเดียว มี 8 ชิป
- DS = Double side คือแรมแบบสองหน้า มี 16 ชิป
ปกติแล้วในตัวแล้วจะมีชิปหรือ Cells ที่เก็บข้อมูลในหน้าของแรมข้างละ 8 Chip สำหรับ SS แต่ถ้าเป็นแบบ DS ก็จะมี 8 Chip ทั้ง 2 หน้า รวมกันเป็น 16 Chip ดังภาพอธิบายตัวอย่างด้านล่าง
เมนบอร์ดรุ่นเก่าๆ มีบอกรายละเอียดเกี่ยวกับความต้องการของจำนวน Chip หรือ Cell ว่าต้องใช้จำนวนชิปที่เท่าไหร่ บางบอร์ดรองรับได้แบบ 16 ชิปเท่านั้นต้องดูที่รายละเอียดของบอร์ดอาทิเช่น
จากภาพด้านบนจะเห็นว่ามีการบอกรายละเอียดว่าหากต้องการใส่แรม 16GB* จะมีรายละเอียดบอกว่า In order to maximize the system memory, please install 8GB memory module with 16 cells ก็ประมาณว่า ถ้าจะใช้แรม 8GB จำเป็นต้องใช้ RAM แบบ 16 Cells หรือ แบบ 16 ชิปนั้นเอง
นี้คือตัวอย่างของความต้องการของ ของเมนบอร์ดรุ่นๆเก่าๆว่าต้องการแรมแบบไหนถึงจะสามารถใช้งานได้ตามที่ต้องการ แต่บอร์ดรุ่นใหม่ๆมักไม่ต้องมีปัญหาเรื่อง RAM แบบ 1 หน้า หรือ 2 หน้าแต่อย่างใด แต่ก็ต้องดูคู่มือของเมนบอร์ดด้วยจะเป็นการดีที่สุด
























